วัดพระธรรมกายโดนคดีแล้วทั้งหมด 158 คดี
วัดพระธรรมกายถูกดำเนินคดีแล้ว จนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2559 มี 158 คดี แบ่งเป็นดังนี้
☝☝ คดี ความผิดฐานบุกรุก จำนวน 10 คดี
☝☝ ความผิดตามพระราชบัญญัติขนส่ง 20 คดี
☝☝ ความผิดกีดขวางการจราจร จำนวน 3 คดี
☝☝ ทำให้เสียทรัพย์ 2 คดี
☝☝ หมิ่นประมาท 1 คดี
☝☝ ผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร การก่อสร้างอาคารและกำแพงโดยไม่ได้รับอนุญาต 109 คดี
☝☝ ก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ประเภทเสาวิทยุ ทาวเวอร์ 2 คดี
☝☝ ผิดตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล 1 คดี
☝☝ บุกรุกที่สาธารณะ ด้วยการเดินสายไฟฟ้าข้ามถนนและคลอง 7 คดี
☝☝ นำแผ่นสแลนสีเขียวแผงเหล็ก ปิดกั้นถนนสาธารณะ 2 คดี
☝☝ และขุดทำลายถนน ทางเชื่อมเลียบคลองแอน 1 คดี
จนท.ตำหนวด รับคำสั่งจากลุงศรีฯ มาแล้ว ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง คอยมาสอดส่องหาความไม่สงบให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้ตื่นเต้นกันบ่อยๆ โอ๊ะๆๆ ไม่ใช่...ท่านจนท.เขามาส่องหามือที่สามที่อาจจะป่วนมาสร้างสถานการณ์มั้ง?...จะบอกให้นะ ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่เจริญ ยิ่งมาขยันจ้องจับผิดพระ จับผิดวัดที่เขาสร้างมานานแล้ว 40 กว่าปี เป็นวัดที่สร้างพระให้เป็นพระแท้ สร้างคนให้เป็นคนดี เป็นวัดที่สร้างประโยชน์มากมายต่อสังคม พระศาสนา และประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง
อยากรู้จริงๆๆ จนท.ใช้แว่นขยายความละเอียดกี่ล้านเท่า ถึงส่องหาเรื่องจับผิดทุกกระเบียดนิ้ว &ยัดคดีให้วัดธรรมกาย ณ ตอนนี้ได้มากถึง 158 คดี...คนทั่วๆ ไป หนึ่งหรือสองคดีเขาก็จับกันได้แล้ว ถ้าผิดจริงๆๆๆ นะ? แล้วนี้คดีของวัดพระธรรมกายจะร่วมก้าวเข้าสู่ร้อยหลักที่สองแล้ว....มีอะไรเกิดขึ้น? หรือกลั่นแกล้งสร้างภาพให้วัดพระธรรมกายว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง ตามที่มีการสร้างกระแสวาทกรรมในอดีตแบบเพี้ยนๆ ให้กับวัดนี้
อย่าให้คนรู้สึกว่าจงใจกลั่นแกล้ง ธรรมกาย
ข่าวยังบอก "กดดันต่อเนื่อง" หาว่าเขาสร้างรั้วโดยไม่ขออนุญาต ทั้งที่รั้วก็เก่าแล้ว จะตัดไฟบ้างล่ะ ทำไมมุ่งทำลายวัด แก้แค้น ไม่ได้มาแก้ไข เท่ากับตั้งใจสร้างความแตกแยกในหมู่คนไทยไหม?.....(ดร.โสภณ พรโชคชัย)
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ธ.ค. 59 ที่ผ่านมามีกระแสข่าว DSI จะเข้าจะเข้าปฏิบัติการยึดกำแพงวัดพระธรรมกาย เล่นจริงคับพี่น้อง ต่อมาในช่วงบ่าย (14.30 น.)ของวันเดียวกัน ตำรวจ สภ.คลองหลวง พร้อมด้วยเจ้าพนักงานเทศบาลเมืองท่าโขลง พนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม นำแผ่นผ้าขนาดใหญ่ มีใจความว่า
“ของกลางคดีอาญาที่ 2284/2559 ห้ามใช้ห้ามเคลื่อนย้ายหรือกระทำการใดๆ ให้สูญหาย เสียหาย หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายและถูกดำเนินคดีต่อไป สภ.คลองหลวง” ทั้งหมด 17 จุด ได้แก่
👮👮 นำหมายไปติดที่ประตูต่างๆของวัดพระธรรมกาย ในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จำนวน 12 จุด
👮👮 นำไปติดที่ประตูวัดพระธรรมกาย ในเขตพื้นที่ อบต.คลองสาม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อีก5 จุด
👮👮 และในวันนี้ 19 ธ.ค. 59 สดๆ ร้อนๆ นำหมายมาติดในบริเวณพื้นที่วัดพระธรรมกายเพิ่มอีก 6 จุดแล้ว คับท่าน...อะไร??? จะขยันปานนั้น
ต่อมาเวลา 15.00 น.ของวันที่ 17 ธ.ค. 59 ทางวัดพระธรรมกายออกมาแถลงข่าวที่บริเวณหน้าประตู 7 โดยนายธัชนนท์ พรใบหยก ทนายความของวัด ชี้แจงว่าจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐและพนักงานท้องถิ่น ได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายกรณีที่อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อการศาสนา ไม่ได้รับอนุญาตนั้น
กฎหมายนี้เป็นกฎหมายพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2550 อาคารที่เกี่ยวกับทางพระพุทธศาสนา ซึ่งปกติแล้วตามกฎหมายไม่ต้องขออนุญาต แต่ว่ามีการยื่นแบบก่อสร้างไปที่พนักงานท้องถิ่นเพื่อทราบ ซึ่งดูตามเนื้อหาแล้วอาคารก็ทำเพื่อพระศาสนา ให้ดูมาตรา 7 และมาตรา 4 ซึ่งระบุไว้เช่นนั้น เรื่องการก่อสร้างในส่วนของประตู 4 ขออนุญาตเรียบร้อยแล้ว
พระสนิทวงศ์ วุฒิวังโส ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรของวัด กล่าวว่าทุกอย่างเป็นเรื่องของกฎหมาย ทุกวัดได้รับอนุญาตในการก่อสร้างอาคาร ใช้กฎหมายเดียวกัน ไม่ใช่เฉพาะวัดพระธรรมกาย ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทางฝ่ายกฎหมายติดตามรายละเอียดและกฎระเบียบทั้งหมดแล้วปฏิบัติตาม ซึ่งยินดีที่จะให้มาคุยในเรื่องรายละเอียดได้ ก็คงต้องให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเข้ามาตรวจสอบกับฝ่ายกฎหมายของวัด
ดูแล้วสลดใจนัก น่าเป็นห่วงศาสนาพุทธเรา เขารุกหนักมากตอนนี้เราทำอะไรติดขัดไปหมดเพราะคนของเราอ่อนแอไม่สามัคคีกันแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายยิ่งทำให้เป็นจุดอ่อน...คนในศาสนาเดียวกันก็มาว่าร้าย จับผิด จ้องทำลายกันเอง?
ขอบคุณข้อมูล: 1.https://www.facebook.com/dr.sopon4/photos/a.330671633712096.77875.324821724297087/1113064362139482/?type=3&theater
2. http://www.tnamcot.com/content/616541
ผมพยายามไม่แตะเรื่อง “วัดพระธรรมกาย” มาตลอด แต่ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ระหว่างวัดพระธรรมกายและเจ้าหน้าที่รัฐ หากไม่พูดเสียบ้างคิดว่าคงตกยุค...!!
ผมยังหาข้อมูลไม่เจอว่าอะไรคือภัยของวัดพระธรรมกายที่มีต่อพระพุทธศาสนา อะไรคือภัยของวัดพระธรรมกายที่ถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ มีแต่วาทกรรมระหว่าง “พระด้วยกันเอง” ใส่ไคล้กันและกันในการเป็นข้อมูล เพื่อ “ทำลายล้าง” วัดพระธรรมกาย คดีสหกรณ์เงินคลองจั่นเป็น “แค่เสี้ยวหนึ่ง” ที่ไร้น้ำหนักในการใช้อำนาจรัฐในการจับกุม “พระธัมมชโย”
หรือแม้กระทั้งคดี “การบุกรุกป่า” สร้างสถานที่ปฎิบัติธรรมที่โคราช มันก็ไม่มีความชอบธรรมเพียงพอ หลายกรณีตอบสังคมไม่ได้ คำว่าสองมาตรฐานจึงกลับมาหลอกหลอนคนไทยอีกครั้ง กลายเป็น “คำฮิต” ไม่ว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือรัฐบาลรัฐประหาร
ผมไม่ได้ “ศรัทธา” ต่อวัดพระธรรมกาย บอกตรงๆ ว่าผม “มีอคติ” ด้วยซ้ำไปกับวัดนี้ เหตุผลที่มีอคติ เพราะอ่านและเสพข้อมูลจากวาทกรรมเก่าๆ ที่เคยถูกปั้นขึ้นมา พอๆ กับคนไทยจำนวนหนึ่งเสพข่าว “ระบอบทักษิณ” เป็นภัยต่อประเทศชาติ และ “ระบอบวัดพระธรรมกาย” เป็นภัยต่อ “พระพุทธศาสนา”
และที่สำคัญที่ผมไม่ชอบธรรมกาย เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยเป็นชาวพุทธประเภท “หลงวัด” ยอมมอบเงินให้วัดครั้งละจำนวนมากมาย ยอมทิ้งงาน ทั้งงานบ้าน งานประจำ และทั้งยอมลำบากเดินทางมาไกลๆ ทุกวันอาทิตย์และเทศกาลสำคัญ และทราบว่าหลายครอบครัวมีปัญหาเพราะเกิดจากวัดแห่งนี้
แต่ผมแอบชอบวัดพระธรรมกาย คือ การบริหารจัดการวัดที่สวยงาม สะอาดเรียบร้อย เป็นระเบียบ วัดมีการจัดโซนที่ชัดเจน ถือว่าวัดอื่นๆ ควรเป็นแบบอย่างในการบริหารจัดการ คนวัดพระธรรมกายส่วนใหญ่ผมว่าเป็นคนพูดจาหวาน อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนมีระเบียบซึ่งถือว่า “เป็นคนดี” ในอุดมคติชาวพุทธทั่วๆ ไป
การที่รัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่รัฐจะใช้กำลังบุกวัดพระธรรมกายควรคิดให้รอบคอบ คิดให้ดี เพราะภายในวัดเฉพาะคน “กินนอนประจำ” ก็มีจำนวนหลายพันคนแล้ว อันนี้ไม่นับบริเวณรอบๆ นอกวัดอีกที่ส่วนใหญ่เป็นคนที่มีความศรัทธาต่อวัด ซึ่งวัดพระธรรมกายไม่เหมือนวัดอื่นๆ ที่คนรอบวัดส่วนใหญ่ไม่ชอบวัด ไม่ชอบพระภายในวัด แต่วัดพระธรรมกาย “ตรงข้าม” กับวัดส่วนใหญ่
และที่สำคัญตอนนี้ภายในวัดมีแต่คนแก่ๆ สูงวัยและพระเณร หากรัฐจะเข้าใช้กำลังบุกจับกุม “พระธัมมชโย” ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่า “อยู่ไหน” หรือ “ล่องหน” ไปแล้ว ภาพที่ออกจากจะก่อให้เกิดความเสียหาย และส่งผลกระทบต่อ “ภาพลักษณ์” ทั้งต่อ “ศาสนาพุทธ” และ “ประเทศชาติ” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แน่นอนท่ามกลางความแตกแยกกองเชียร์ ตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่ง ต้องการให้รัฐจัดการเด็ดขาด เข้าไปจับกุมแล้วจะ “ถอดจีวร” จับสึกแล้วให้พระธัมมชโย “ติดคุก” แล้วไงต่อ หากคิดว่าเพื่อส่งผลต่อตำแหน่ง “สมเด็จพระสังฆราช” ก็โปรดอย่าคิด เพราะทราบว่าตอนนี้ “สมเด็จวัดปากน้ำ” ท่านยังอาพาธยังไม่ออกจากโรงพยาบาลเลย และที่สำคัญท่านอายุมากแล้ว โปรดให้เกียรติท่านบ้าง
คำถามก็คือว่าตอนนี้ทำไมสถาบันสงฆ์ เจ้าคณะปกครอง คณะสงฆ์จึงนิ่งเฉยเหมือนไม่ให้ความร่วมมือกับ “อำนาจรัฐ” หรือพระสงฆ์ส่วนใหญ่เป็นคนไม่ดีด้วยผมว่าไม่ใช่ ผมเชื่อว่าเรื่อง “วัดพระธรรมกาย” เรื่อง “พระธัมมชโย” มันมีมากกว่าคดีความ มันมีมากกว่าการเมือง ที่ถูกตีหน้าว่าอยู่ “มุมแดง”
ลึกๆ ผมเชื่อว่ามันต้องมีคนกลุ่มหนึ่งประเภท “แค้นฝังลึก” คอยสั่งเชือด “วัดพระธรรมกาย” และ “พระธัมมชโย” ในฐานะคนกลางผมเชื่อแบบนี้ด้วยความบริสุทธิใจจริงๆ...
😆😆😆😌😌😌😌😓😓😓😓😑😑😑😑😑
ขอบคุณข้อมูล: คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง โดย เปรียญ10 : riwpaalueng@gmail.com... http://www.dailynews.co.th/article/542408
เกิดอะไรขึ้นในสังคมไทย!!! ยังเหลือความเป็นเมืองพุทธอยู่หรือไม่ ??? ... ตำรวจบุกงานแถลงข่าวแก้วิกฤตพระพุทธศาสนา*
*หมายเหตุ: แต่เดิม การแถลงข่าว "การแก้วิกฤติของพระพุทธศาสนา" เพื่อความรักสามัคคี ในสถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีความพยายามใช้มาตรฐานทางกฎหมาย และความรุนแรงต่อพระสงฆ์ ชาวพุทธ รวมถึงวัดในพระพุทธศาสนา โดยคณะผู้นำองค์กชาวพุทธ มีกำหนดจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม 2559 เริ่มเวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องมาร์ ชั้น 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดี-รังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
ต่อมาในวันเดียวกันวันที่ 12 ธันวาคม 2559 เลขาธิการพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทยออกแถลงการณ์ปกป้องพระพุทธศาสนา หลังงานแถลงข่าว “แก้วิกฤตของพระพุทธศาสนาฯ” โดนระงับไม่ให้จัดงาน
ทำให้ น.อ.คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์ เลขาธิการพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย หนึ่งในผู้ร่วมงานสัมมนา ได้ออกแถลงการณ์ปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อความมั่นคงของชาติ ด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะแสวงหาแนวทางสร้างบูรณภาพ สร้างความเข้มแข็ง และป้องกันการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา โดยที่ไม่ได้เป็นลูกศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนี วัดพระธรรมกายแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตนได้มีโอกาสเข้าวัดพระธรรมกาย รวมทั้ง สันติอโศก และวัดอ้อน้อย เมื่อประมาณเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จึงพบข้อเท็จจริงที่ว่า จะหาแนวทางอย่างไรเพื่อให้พุทธศาสนามีความเข้มแข็งในความแตกต่าง เราจะสร้างความเข้มแข็งอย่างไร เพราะทุกที่ต่างมีข้อดีที่ต่างกัน
น.อ.คัมภีร์ระบุว่า วิกฤตศรัทธาของศาสนาที่ผ่านมาหากปล่อยทิ้งไว้จะยากเกินจะแก้ไข และอาจจะกระทบต่อความมั่นคงของชาติ >>> ตั้งแต่กรณีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช องค์พระประมุขแห่งศาสนจักร ซึ่งถือเป็นองค์คู่พระบารมีแห่งองค์พระมหากษัตริย์
>>> กรณีการขับไล่พระภิกษุสงฆ์ และทำลายศาสนสถานที่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวน
>>> กรณีการเสนอข่าวของบางสำนักที่อาจถูกเป็นเครื่องมือให้เกิดความเสื่อมศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา
>>> รวมทั้งกรณีของกฎหมายที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการปฏิบัติต่อพระสงฆ์เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เช่น กรณีของวัดพระธรรมกาย ดังนั้น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศาสนจักรในปัจจุบันต้องได้รับการแก้ไข หากไม่สามารถพึงกระทำได้ในขณะนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) สามารถผ่อนปรนอนุโลม หรือแก้กฎหมายได้หากมีความจำเป็น หรือหากเหตุนั้นอาจจะกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่ง สนช.และ ครม.สามารถพึงกระทำได้ และสมควรปฏิบัติ
“ในขณะที่กองทัพยังมีศาลทหาร มีนายทหารพระธรรมนูญเพื่อดูแลกำลังของกองทัพ
>>> เพราะฉะนั้น พระสงฆ์ไม่ใช่บุคคลธรรมดาที่จะนำเอากฎหมายทั่วไปบังคับใช้เพราะท่านถือความศรัทธาจากประชาชนชาวพุทธ จึงสามารถส่งผลกระทบไปถึงความศรัทธาของพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
>>> เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของความมั่นคงของชาติที่สำคัญยิ่ง ที่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลจะต้องมาเร่งแก้ไขโดยด่วน” น.อ.คัมภีร์กล่าว
ขอบคุณข้อมูล:
1.http://www.matichon.co.th/news/392025
2.https://www.facebook.com/wat.dhammakaya.benelux/?fref=ts
หน้าที่ของทหาร ตำรวจคืออะไรกันแน่?
หลวงพ่อธัมมชโยไม่ผิดทั้งในขอบข่ายแห่งกฎหมายและพระธรรมวินัย...แล้วดีเอสไอจะยกพลมาจับพระชราและอาพาธ ต้องการอะไรกันแน่?
หลวงพ่อท่านสร้างแต่ความดีมาตลอดชีวิต อย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน สร้างคุณประโยชน์ให้พระศาสนา และสังคมส่วนรวมมาตลอด #หลวงพ่อธัมมชโยเสียสละเพื่อส่วนรวม สังคม ชาติ ศาสนา #สร้างสาธารณประโยชน์และศาสนประโยชน์มากมาย ต่อเนื่อง #แม้เกิดวิกฤตก็ไม่หยุดทำความดี...
แล้ววันนี้เกิดอะไรเกิดกับจนท.รัฐที่มุ่งมั่นซะเหลือเกิน กระเสือกกระสนดิ้นรน ตะบี้ตะบันจะมาจับสึกพระดีๆ...หน้าที่ตำรวจคือจับโจร ผู้ร้าย หน้าที่ทหารป้องกันดินแดน รักษาความมั่นคง สงบสุขของสังคม ประเทศมิใช่หรือ?...
#ความสูญเปล่าของสังคมไทย
#เมื่อผู้ถืออาวุธ มีกฎหมายในมือไร้คุณธรรม
#บ้านเมืองย่อมวิบัติ
#ผู้มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ ตามที่ได้ยินได้ฟังกันอยู่เสมอ คำว่า “พิทักษ์” แปลว่า ดูแลคุ้มครอง พลเมืองของประเทศมิใช่หรือ?
#ตำรวจจึงเป็นผู้ที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงในการดูแลคุ้มครอง ให้เกิดความสงบสุขแก่พลเมืองของประเทศมิใช่หรือ?
แล้ววันนี้ทำอะไรกัน กลับมาสร้างความวุ่นวาย ปั่นป่วน ไม่สงบให้เกิดขึ้นในสังคมซะเอง? งงๆๆ #วินิจฉัยวิปริต #ใช้อำนาจรังแกคนดี ประชาชนคนไม่มีทางสู้ #จนท.สร้างความวุ่นวายให้สังคม?