แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผอ.พศ. แสดงบทความทั้งหมด

สังคมจ้องผอ.พศ.ต้องรับผิดชอบ กรณีพระพุทธะอิสระได้ "ข้อมูลราชการ" นำมามุ่งโจมตีสงฆ์ได้อย่างไร?

ที่มา http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=142788&t=news
ที่มา https://twitter.com/cateos


     จุดเริ่มต้นจาก "เงินทอนวัด" ที่ใครไม่รู้??? โยนบาป สร้างวาทกรรมลบๆ ตีกระแสข่าวอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียต่อพระและวัดในภาพรวม 
     ความจริงได้ปรากฎ กลายเป็นข้าราชการทำผิดฐานฟอกเงินเอง งบ รร.พระปริยัติก็โปร่งใส ถึงตอนนี้มีอีกเรื่องที่สังคมต้องโฟกัส คือถึงเวลาผอ.พศ.ต้องตอบเรื่องพระพุทธะอิสระได้ "ข้อมูลราชการ "แล้วนำมามุ่งโจมตีสงฆ์ได้อย่างไร?


ที่มา https://www.komkhao.com/content/12731/...

จากกระแสข่าวที่ว่า นายวิชัย ประเสริฐสุดสิริ ผู้ประสานงาน อสคพ.และคณะเครือข่าวชาวพุทธ เตรียมเดินทางไปยื่นหนังสือถึง พ.ต.ท. พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติ  โดยนายวิชัย ระบุเหตุผลว่า เพื่อให้แสดงความรับผิดชอบที่มีข้อมูลราชการของสำนักงานพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติ  ไปให้ พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือ พระพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม 

เผยแพร่ใช้กล่าวหาโจมตีวัดทั้งธรรมยุตและมหานิกาย และมหาเถรสมาคม สร้างความเสียหายให้สถาบันพระพุทธศาสนาอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ ผู้ประสานงาน อสคพ. จะเดินทางไปยื่นหนังสือในวันพุธที่ 12 กรกฎาคม 2560  เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติ  พุทธมณฑล จ.นครปฐม (ที่มา: https://www.komkhao.com/content/12731...)

     ถึงจุดนี้ ผอ.พศ.ควรต้องสำเหนียกได้แล้วว่า ผลงานการกระทำตั้งแต่ได้นั่งตำแหน่งนี้มาจนกระทั่งปัจจุบัน ท่านได้ทำถูกต้องตามบทบาทและหน้าที่ของตนเองแล้วหรือยัง หรือมานั่งบนตำแหน่งนี้เพื่อวัตถุประสงค์ใด??? เพราะดูๆแล้ว ผลงานของท่านจะก่อให้เกิดผลดีความเจริญงอกงาม หรือจะมาบั่นทอน เบียดบัง สร้างความเสื่อมเสียให้กับพระศาสนากันแน่??? 

     จึงขออนุญาตนำเนื้อหาที่กล่าวถึงบทบาท อำนาจหน้าที่ของผอ.พศ. ตามที่กฎหมายได้เขียนไว้มาให้สังคมได้รับรู้และช่วยกันตรวจสอบต่อพฤติกรรมของท่าน ผอ.พศ. ดังนี้
ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พ.ศ.2549 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 123 ตอนที่ 25 ก หน้า 11 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2549 ได้ปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ข้อ ๑ (ที่มา: https://goo.gl/52EDcp)


"ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานสนองงานคณะสงฆ์และรัฐ โดยการทำนุบำรุง ส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา ให้การอุปถัมภ์ คุ้มครอง และส่งเสริมพัฒนางานพระพุทธศาสนา ดูแล รักษา จัดการศาสนสมบัติ พัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งให้การสนับสนุน ส่งเสริมพัฒนาบุคคลากรทางศาสนา" 

โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ 
(๑) ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ กฎหมายว่าด้วยการกำหนดวิทยฐานะ ผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนา รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
(๒) รับสนองงาน ประสานงาน และถวายการสนับสนุนกิจการ และการบริหารการปกครองคณะสงฆ์
(๓) เสนอแนวทางการกำหนดนโยบาย และมาตรการในการคุ้มครองพระพุทธศาสนา
(๔) ส่งเสริม ดูแล รักษา และทำนุบำรุงศาสนสถาน และศาสนวัตถุทางพระพุทธศาสนา
(๕) ดูแล รักษ และจัดการวัดร้างและศาสนสมบัติกลาง
(๖) พัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา
(๗) ทำนุบำรุงพุทธศาสนศึกษา เพื่อพัฒนาความรู้คู่คุณธรรม
(๘) ปฏิบัติการอันใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน หรือตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย






ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง
http://www.mahathera.org/detail.php?module=mati&id=254510270501&title=10







ชาวพุทธห่วงวัด ห่วงพระศาสนายิ่งขึ้น เมื่อผอ.พศ.ชี้ให้ออกกฎหมายคุมบัญชีเงิน 4 หมื่นวัดทั่วประเทศ...ท่านผอ.มีวาระซ่อนเร้นในใจหรือเปล่า???


ที่มา: http://www.komchadluek.net/news/regional/282116

     ช่วงนี้มีกระแสข่าวออกมาเกือบทุกสำนักสื่อ เกี่ยวกับพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ออกมามีบทบาทชี้ให้ออกกฎหมายคุมบัญชีเงิน 4 หมื่นวัดทั่วประเทศ จะดีที่สุด พร้อมพิจารณา กำหนดบทลงโทษ


     การที่ผอ.พศ.ออกมาแสดงท่าทีห่วงใยต่อเรื่องทรัพย์สินของวัด จึงดูจะทำเกินบทบาทหน้าที่หรือไม่ เกินความจำเป็นหรือเปล่า เพราะกิจการภายในสงฆ์ พระท่านก็มีผู้ที่ทำหน้าที่และทำการตรวจสอบเรื่องบัญชีทรัพย์สินของแต่ละวัดอยู่แล้ว

     จึงอยากจะฝากข้อแท้จริง ๔ ประเด็นนี้ ถึงท่านผอ.พศ. ให้ทบทวน ดังนี้

     - ระบบตรวจสอบบัญชีการเงินของวัดมีผู้ทำหน้าที่อยู่แล้ว และต้องส่งสรุปให้เจ้าคณะปกครองตรวจสอบบัญชีทุกปี 

...ปัจจุบัน ประเทศไทยมีกฎหมายหลักที่ดูแลในเรื่องการจัดการทรัพย์สินของวัดคือ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ซึ่งยังมีกฎกระทรวงฉบับต่าง ๆ ที่ออกตามกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งให้อำนาจแก่เจ้าอาวาสเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของวัด และให้มีการแต่งตั้งไวยาวัจกรหรือคณะกรรมการวัดขึ้นมาดูแลตรวจสอบทรัพย์สินของวัด รวมถึงมติมหาเถรสมาคม (มส.) ที่ขอความร่วมมือวัดให้รายงานบัญชีดังกล่าว (ที่มา https://goo.gl/Ni6dHC)

     ⁃ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ไม่มีหน้าที่ในการตรวจสอบบัญชีการเงินของวัดโดยตรง

     ⁃ ส่วนมูลนิธิก็จะต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินให้ผู้เกี่ยวข้องดูแลตรวจสอบทุกปีอยู่แล้ว

     กำหนดให้กรมสรรพากรเข้าไปทำหน้าที่กำกับดูแลการใช้จ่ายเงินของมูลนิธิหรือสมาคมแทนผู้บริจาคเงิน โดยองค์กรการกุศลกลุ่มนี้ต้องส่งงบดุล บัญชีรายได้-รายจ่าย และผลการดำเนินงานให้กรมสรรพากรตรวจสอบภายใน 150 วัน นับจากวันสิ้นรอบปีบัญชี หากไม่ดำเนินการจะถูกเพิกถอนชื่อออกจากประกาศกระทรวงการคลังฯ ฉบับที่ 2 (ที่มา: https://goo.gl/D3dM1C)



   
     - สังเกตดูท่าที ผอ.พศ. กระตือรือร้นที่อยากจะให้มีกฎหมายเพื่อควบคุมตรวจสอบเข้มการเงินวัดจนออกหน้าออกตา ดูจะเป็นเรื่องสำคัญ วาระเร่งด่วนสำหรับท่านเหลือเกิน จนพระสงฆ์หลายๆ รูปและชาวพุทธหลายๆ คนเกิดคำถามขึ้นในใจว่า ผอ.พศ.มีเจตนาเบื้องหลังอะไรแอบแฝงหรือเปล่า???